Ad

Right Up Corner

Ad left side

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

วันสงกรานต์ และ ประเพณีการก่อเจดีย์ทราย



สงกรานต์ เป็นประเพณีปีใหม่ของประเทศ ไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนามและมณฑล ยูนนานของจีน ศรีลังกาและทางตะวันออกของประเทศ อินเดีย สงกรานต์เป็นคำสันสกฤต หมายถึงการเคลื่อนย้าย ซึ่งเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายของการประทับในจักรราศี หรือคือการเคลื่อนขึ้นปีใหม่ในความเชื่อของไทยและบางประเทศในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างประเทศเรียกว่า "สงครามน้ำ"
สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี
พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดู ร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น ‘Water Festival’ เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ
การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

ตำนาน นางสงกรานต์

ตามจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม[1] กล่าวตามพระบาลีฝ่ายรามัญว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่ง รวยทรัพย์แต่อาภัพบุตร ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุราที่มีบุตรสองคน วันหนึ่งนักเลงสุราต่อว่าเศรษฐีจนกระทั่งเศรษฐีน้อยใจ จึงได้บวงสรวงพระอาทิตย์ พระ จันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานอยู่กว่าสามปี ก็ไร้วี่แววที่จะมีบุตร อยู่มาวันหนึ่งพอถึงช่วงที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ เศรษฐีได้พาบริวารไปยังต้นไทรริมน้ำ พอถึงก็ได้เอาข้าวสารลงล้างในน้ำเจ็ดครั้ง แล้วหุงบูชาอธิษฐานขอบุตรกับรุกขเทวดาในต้นไทรนั้น รุกขเทวดาเห็นใจเศรษฐี จึงเหาะไปเฝ้าพระ อินทร์ ไม่ช้าพระอินทร์ก็มีเมตตาประทานให้เทพบุตรองค์หนึ่งนาม "ธรรมบาล" ลงไปปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ไม่ช้าก็คลอดออกมา เศรษฐีตั้งชื่อให้กุมารน้อยนี้ว่า ธรรมบาลกุมาร และได้ปลูกปราสาทไว้ใต้ต้นไทรให้กุมารนี้อยู่อาศัย
ต่อมาเมื่อธรรมบาลกุมารโตขึ้น ก็ได้เรียนรู้ซึ่งภาษานก และเรียนไตรเภทจบเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ เขาได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่าง ๆ แก่คนทั้งหลาย อยู่มาวันหนึ่ง ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ ถ้าธรรมบาลกุมารตอบได้ก็จะตัดเศียรบูชา แต่ถ้าตอบไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาลกุมารว่า ตอนเช้าศรีอยู่ที่ไหน ตอนเที่ยงศรีอยู่ที่ไหน และตอนค่ำศรีอยู่ที่ไหน ทันใดนั้นธรรมบาลกุมารจึงขอผัดผ่อนกับท้าวกบิลพรหมเป็นเวลา 7 วัน
ทางธรรมบาลกุมารก็พยายามคิดค้นหาคำตอบ ล่วงเข้าวันที่ 6 ธรรมบาลกุมารก็ลงจากปราสาทมานอนอยู่ใต้ต้นตาล เขาคิดว่า ขอตายในที่ลับยังดีกว่าไปตายด้วยอาญาท้าวกบิลพรหม บังเอิญบนต้นไม้มีนกอินทรี 2 ตัวผัวเมียเกาะทำรังอยู่ นางนกอินทรีถามสามีว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารแห่งใด สามีตอบนางนกว่า เราจะไปกินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย ด้วยแก้ปัญหาไม่ได้ นางนกจึงถามว่า คำถามที่ท้าวกบิลพรหมถามคืออะไร สามีก็เล่าให้ฟัง ซึ่งนางนกก็ไม่สามารถตอบได้ สามีจึงเฉลยว่า ตอนเช้า ศรีจะอยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุก ๆ เช้า ตอนเที่ยง ศรีจะอยู่ที่อก คนจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ส่วนตอนเย็น ศรีจะอยู่ที่เท้า คนจึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน ธรรมบาลกุมารก็ได้ทราบเรื่องที่นกอินทรีคุยกันตลอด จึงจดจำไว้
ครั้นรุ่งขึ้น ท้าวกบิลพรหมก็มาตามสัญญาที่ให้ไว้ทุกประการ ธรรมบาลกุมารจึงนำคำตอบที่ได้ยินจากนกไปตอบกับท้าวกบิลพรหม ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกธิดาทั้งเจ็ดอันเป็นบาทบาจาริกาพระอินทร์มาประชุม พร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร ถ้าจะตั้งไว้ยังแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้โลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนำพานมารองรับ แล้วก็ตัดเศียรให้นางทุงษะ ผู้เป็นธิดาองค์โต จากนั้นนางทุงษะก็อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมเวียนขวารอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วเก็บรักษาไว้ในถ้ำคันธุลี ในเขาไกรลาศ
จากนั้นมาทุก ๆ 1 ปี ธิดาของท้าวกบิลพรหมทั้ง 7 ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำหน้าที่อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมแห่ไปรอบ เขาพระสุเมรุ เป็นเวลา 60 นาที แล้วประดิษฐานตามเดิม ในแต่ละปีนางสงกรานต์แต่ละนางจะทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์ ดังนี้
  1. ถ้าวัน อาทิตย์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม ทุงษะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราช ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จมาบนหลังครุฑ
  2. ถ้าวัน จันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม โคราคะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดา ภักษาหารเตลัง (น้ำมัน) พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังพยัคฆ์ (เสือ)
  3. ถ้าวัน อังคารเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม รากษสเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จมาบนหลังวราหะ (หมู)
  4. ถ้าวัน พุธเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเข็ม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังคัทรภะ (ลา)
  5. ถ้าวัน พฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิริณีเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอช้าง พระหัตถ์ซ้ายทรงหน้าไม้ เสด็จมาบนหลังคชสาร (ช้าง)
  6. ถ้าวัน ศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จมาบนหลังมหิงสา (ควาย)
  7. ถ้าวัน เสาร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จมาบนหลังมยุรา (นกยูง)
สำหรับความเชื่อทางล้านนานั้นจะมีว่า
  1. วันอาทิตย์ ชื่อ นางแพงศรี
  2. วันจันทร์ ชื่อ นางมโนรา
  3. วันอังคาร ชื่อ นางรากษสเทวี
  4. วันพุธ ชื่อ นางมันทะ
  5. วันพฤหัส ชื่อ นากัญญาเทพ
  6. วันศุกร์ ชื่อ นางริญโท
  7. วันเสาร์ ชื่อ นางสามาเทวี



ประเพณีก่อเจดีย์ทราย เป็นประเพณีสำคัญประเพณีหนึ่งในช่วงเทศกาลของชาวไทย ประเพณีนี้มีที่มาจากหลักฐานใน พระ ไตรปิฎก[1] ที่กล่าวพรรณาถึงอานิสงส์ที่พระโพธิสัตว์ก่อพระเจดีย์ทรายเพื่อถวายเป็นพุทธ บูชา[2]
ในประเทศไทยนั้น ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายถือว่าเป็นประเพณีหนึ่งที่มีที่มาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยตรง โดยคนไทยผูกโยงประเพณีนี้เข้ากับคติความเชื่อเรื่องเวรกรรมในพระพุทธศาสนา มีการก่อพระเจดีย์ทรายถวายวัดเพื่อนำเศษดินทรายที่ติดเท้าออกจากวัดไปมาคืน วัดในรูปพระเจดีย์ทราย และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้เป็นกุศลอานิสงส์ และนอกจากประเพณีเพื่อเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังเป็นกุศโลบายของคนในอดีตให้มีการรวมตัวของคนในชุมชนเพื่อร่วมกันจัด ประเพณีรื่นเริงเป็นการสังสรรค์สร้างความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย[3]
ปัจจุบันประเพณีนี้พบเพียงในประเทศไทยและลาวเท่านั้น โดยจัดในช่วงเทศกาลสำคัญเป็นการเฉลิมฉลองการเปลี่ยนศักราช เช่นในวันตรุษและวันสงกรานต์ เป็นต้น โดยในบางหมู่บ้านอาจเป็นประเพณีบุญคูนลาน บุญขวัญข้าว (ก่อเจดีย์ข้าวถวายเป็นพุทธบูชา) [4] ก็อาจนับว่าเป็นประเพณีก่อเจดีย์ทรายได้เช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้สร้างเป็นพุทธศาสนสถานถาวรวัตถุใหญ่โต แต่เป็นเพียงเจดีย์ชั่วคราวเพื่อมุ่งถวายเป็นพุทธบูชาในการประเพณีหนึ่ง ๆ เท่านั้น

มูลเหตุของการก่อ เจดีย์ทราย มีเรื่องเล่าว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลได้เสด็จไปยังเมืองสาวัตถีพร้อมบริวาร ได้เห็น    หาดทรายขาวบริสุทธิ์ก็เกิดจิตศรัทธาก่อทรายเป็นเจดีย์ ๘ หมื่น ๔ พันองค์ แล้วอุทิศเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา เมื่อพระองค์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าก็ได้ทูลถามถึงอานิสงส์การก่อเจดีย์ทรายดัง กล่าว พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาก่อเจดีย์ทรายถึง ๘ หมื่น ๔ พันองค์หรือเพียงองค์เดียวก็ได้อานิสงส์มาก คือ จะไม่ตกนรกหลายร้อยชาติ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเพียบพร้อมไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ มีบริวารและเกียรติยศชื่อเสียง หากตายก็จะได้ขึ้นสวรรค์ พรั่งพร้อมด้วยสมบัติและมีนางฟ้าเป็นบริวาร ด้วยอานิสงส์ดังกล่าวจึงทำให้คนโบราณนิยมก่อเจดีย์ทรายเป็นประเพณีมาจนทุก วันนี้

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

ชื่อของคุณ.......แม่นมาก

ท่านอาจจะเคยได้ยินมาแล้วว่า ชื่อและนามสกุลส่งผลต่อดวงชะตาของท่าน ดังนั้นเรามาลองดูดีกว่าว่า ชื่อและนามสกุลของคุณจะบ่งบอกความเป็นตัวคุณว่าอย่างไร
วิธีการ
1.นำพยัญชนะและสระของชื่อและนามสกุลของคุณเทียบกับตารางที่อยู่ด้างล่างแล้วนำคะแนนมาบวกรวมกัน
2.เมื่อรวมคะแนนแล้วให้คุณนำคะแนนที่ได้มาเทียบหาช่วงคะแนนที่คุณได้
เท่านี้คุณก็สามารถจะทราบนิสัยของคุณได้แล้ว.....

คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
พยัญชนะ
,,,,,
,,,,
,,
,,,,
,,,,,,,,,
,,,
,,
,,,,
,
สระ
, , สระอุ
,
สระอู
, , สระอิ
สระอึ
สระอี,สระอือ
-
วรรณยุกต์
ไม้เอก
ไม้โท
ไม้จัตวา
ไม้หันอากาศ
-
-
ไม้ตรี
ไม้ไต่คู้
ตัวการันต์
 
คะแนน11-20
เป็นคนมีเสน่ห์ ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่า ภายนอกเป็นคนเก๋ไก๋ ว่องไว เป็นคนฉลาดลึก ซ่อนคมไว ความสำเร็จของคุณอยู่ที่การทำงาน
และความสามารถของตัวคุณเอง ด้านความรัก รักซ้อน รักสามเส้า ไม่มีในตัวคุณ มีคนให้เลือกมากมาย เป็นคนช่างเลือก ข้อเสียของคุณ
คือ เป็นคนที่อ่านยาก ซับซ้อน คิดมาก หวานซ่อนเปรี้ยว ช่างระแวง หูเบา แต่เป็นคนรอบคอบ ละเอียดอ่อน
 
คะแนน21-30
เป็นคนดื้อเงียบ อ่อนนอกแข็งใน อารมณ์รุนแรง มีมนุษยสัมพันธ์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีระเบียบ ด้านความรัก รักซ้อน รักสามเส้าบ้าง
แอบรักเขาบ้าง ไม่ชอบให้ใครบงการ อนาคต ค่อนข้างยุ่งเหยิง เพราะยึดติดในความคิดตัวเอง ทำให้คนหมั่นไส้ มีคนให้การสนับสนุน
 
คะแนน31-40
เป็นคนรักสบาย เป็นนักแต่งตัว ร่าเริง เป็นที่รักของคนที่พบเห็น เป็นคนชอบหาความรู้ ชอบความท้าทาย เป็นคนโมหะจริต ชอบ
หงุดหงิดใส่คนอื่น ด้านความรัก รักแท้ พบคนรักจริง ทำให้คุณสบาย เพราะมีคนให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง แต่คุณเจ้าชู้ อารมณ์ร้าย
อนาคต ต้องฟันฝ่าด้วยตนเองจึงจะพบความสุขในชีวิต
 
ตะแนน41-50
มีคนคอยช่วยเหลือคุณ คุณเป็นคนดวงแข็ง มีความทะเยอทะยาน เอื้อเฟื้อ ทำอะไรทำจริง ด้านความรัก ไม่พอดี รักมากเกินไป(เลี่ยน)
รักน้อยเกินไป(อยู่ไม่ยืด) อนาคต ดวงจะดีมากถ้าหัดเป็นคนใจเย็น ลักษณะของคุณ เมื่อคุณอารมณ์ไม่ดี คุณอาจแปลงกายเป็นมาร
ได้ทันที ควรควบคุมอารมณ์
 
คะแนน51-60
ความโลเลและความรักสบายของคุณของคุณจะทำให้ตัวคุณเองลำบาก ควรทำอะไรเต็มที่ เพราะคุณสามารถทำได้แต่คุณไม่ทำ
คุณเป็นนักปลอบใจคนที่ดี คุณเป็นคนอยากรู้อยากเห็น ทำให้คุณโดดเด่น ข้อเสียของคุณ อารมณ์ร้อน ด้านความรัก ผ่านมาแล้วผ่านไป
เพราะคุณไม่กล้า ข้อดีคือ คุณเป็นคนรักเดียวใจเดียว อนาคต อาจโด่งดัง แต่คุณก็ไม่ค่อยสนใจ
 
คะแนน61-70
ตัวคุณมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิตของคุณ ดวงขึ้นๆลงๆ คุณเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี แต่กับตัวเองไม่ดี อารมณ์เดี่ยวดี-เดี่ยวร้าย
คุณเป็นคนมีความสามารถ มีเสน่ห์ ด้านความรัก คุณช่างเลือก ความรักหวานชื่น
 
คะแนน71-80
คุณเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จนขาดเหตุผล บางครั้งก็พาลคนอื่นไปทั่ว อย่าหลงตัวเองเกินไป จะทำให้คนหมั่นใส้
คุณมีความสามารถ แต่ใจร้อนทำให้ผิดพลาด ด้านความรัก มีคนให้เลือกมาก แต่คุณไม่จริงจังอยากให้คนรัดแต่ไม่รักตอบ
 
คะแนน81-90
คุณเป็นคนที่ไม่หลงกับคำพูดของคนอื่น ไม่เชื่อคนง่าย ไม่หวั่นไหวง่าย คุณเป็นคนมีเสน่ห์ มีความพยายาม แต่ไม่ขยัน
เมื่อสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต คุณก็ปล่อยให้หลุดลอยไปง่ายๆ ด้านความรัก สมหวังและไม่สมหวัง เพราะคุณก็ไม่ค่อยสนใจ
 
คะแนน91-100
คุณเป็นตัวของตัวเองสูง และมีความพยายามสูง ทำให้คุณโดดเด่น นิสัย

7 สถานที่อันตรายที่คุณคาดไม่ถึง

1. บ้าน, ที่พัก
   
สถานที่เกิดเหตุมีทุกแห่ง รวมถึง บ้านสถานที่ที่ (คุณคิดว่า) ปลอดภัยที่สุด อย่างเหตุการณ์สาวโรงงานถูกข่มขืนในห้องพักของตัวเอง สาเหตุเกิดจากคนร้ายเห็นว่าเหยื่อพักอยู่คนเดียวตามลำพังแล้วเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ เลยสบโอกาสให้เป็นเส้นทางปีนหน้าต่างเพื่อเข้าไปก่อเหตุข่มขืน หรือกรณีสาวหอพักถูกเพื่อนข่มขืน โดยแกล้งมาเคาะห้องก่อน พอสาวเจ้าแง้มประตู ฝ่ายชายก็ดันประตูเข้ามาในทันที

2.
ห้างสรรพสินค้า, ฟาสต์ฟู้ด
   
ไม่เว้นแม้แต่ในห้างสรรพสินค้า ที่คนร้ายจะสรรหาวิธีมาใช้กับเหยื่ออยู่ตลอดเวลา บ้างก็แอบเอายามาใส่ในอาหารขณะที่เป้าหมายเดินไปซื้อน้ำ บ้างก็เอายาใส่ไว้ในหลอด แล้วเอาหลอดไปวางไว้ที่เดิมตรงที่กดหลอด เมื่อคนมาหยิบหลอดไปใช้ก็จะได้อันที่มียาไป พอคนร้ายเห็นคุณเริ่มมีอาการจากฤทธิ์ยา ก็จะแกล้งเข้าไปช่วยพยุง จากนั้นจะพาไปปลดทรัพย์ หรือข่มขืน

   
หรือขณะที่คุณใช้รถเข็นช้อปปิ้ง เมื่อคุณเผลอปล่อยรถเข็นไว้ คนร้ายก็อาจนำยาบางอย่างมาป้ายตรงราวจับรถเข็นของคุณได้ เมื่อคุณจับที่ราวนั่น ก็จะทำให้เกิดอาการชา มึนงง เหมือนจะเป็นลม และจากนั้นพวกคนร้ายก็จะลงมือกับคุณได้

3.
ข้างถนน
   
ผู้หญิงเรามีความใจดีเป็นหลัก เมื่อเห็นใครเดือดร้อนก็อยากให้ความช่วยเหลือ มิจฉาชีพจึงใช้ความใจดีนี้ล่อลวงผู้หญิงมาให้ติดกับ ดังเรื่องราวจากฟอร์เวิร์ดเมล์เรื่องนี้

   
ขณะที่ ดวงดาว ขับรถมาคนเดียว เธอเห็นเด็กคนหนึ่งร้องไห้อยู่ข้างถนน จึงรู้สึกสงสาร เลยลงจากรถเดินเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กคนนั้นบอกว่า หนูหลงทาง ช่วยพาหนูกลับบ้านหน่อยแล้วเด็กก็ยื่นกระดาษที่มีที่อยู่ให้แก่เธอ ดวงดาวก็พาเด็กไปส่งตามที่อยู่ในกระดาษ พอไปถึงบ้านของเด็กคนนั้น เธอกดกริ่งที่ประตู แล้วหลังจากนั้นเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะว่าที่กริ่งมีกระแสไฟแรงสูงอยู่ ตื่นมารู้สึกตัวอีกทีก็อีกวันหนึ่งพบว่าตัวเองนอนอยู่ในบ้านร้าง แถมไม่มีเสื้อผ้าอีกด้วย

4.
ที่จอดรถ
   
ภัยนี้ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้หญิงที่ขับรถปิกอัพคนเดียว ที่ไม่มีหลังคาท้ายกระบะ ซึ่งคนร้ายจะสามารถโยนสิ่งของใส่ท้ายรถได้ โดยของนั้นต้องเป็นที่สังเกตได้ง่าย

   
รูปแบบของแก๊งนี้ เขาจะใส่ยาหรือสารที่ทำให้เรางง มึน ไว้ในซองแล้วทิ้งไว้หลังรถเรา (แต่ถ้าเป็นรถเก๋ง เขาก็มักจะทิ้งของบางอย่างไว้ข้างๆ รถแทน) เมื่อเราเห็นซองมักจะสงสัยและหยิบมาเปิดดู แล้วเขาก็จอดรถซุ่มดูอยู่ใกล้ๆ เมื่อเหยื่อหลงกลเปิดดูหรือจับโดนสาร คนร้ายก็จะชิงรถและของมีค่าไปได้


5.
ปั๊มน้ำมัน
   
หลังจากที่สาวิตตรีเติมน้ำมันและรูดเครดิตการ์ดเสร็จแล้ว กำลัง จะออกจากปั๊ม ก็มีพนักงานเดินมาบอกว่า การ์ดที่รูดไปมีปัญหา ให้เธอรีบลงจากรถและเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของปั๊มด้วย เธอจำใจลงจากรถ เมื่อเข้าไปในสำนักงานได้ก็โวยว่าจ่ายเงินและได้สลิปแล้ว เจ้าหน้าที่ปั๊มบอกว่า ตอนที่เติมน้ำมันรถเธออยู่ เห็นผู้ชายคนหนึ่งแอบเปิดประตูเข้าไปนั่งอยู่ข้างหลังเบาะด้านคนขับ ทางปั๊มเห็นว่าผิดสังเกต จึงโทรฯ แจ้งตำรวจให้และอยากให้เธอออกจากรถก่อน พอได้ยินแบบนั้นเธอรีบหันกลับไปดูรถตัวเองทันที จังหวะนั้นก็ทันเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเปิดประตูและลงจากรถตัวเองอยู่พอดี

   
รูปแบบของวิธีนี้ มิจฉาชีพจะแอบปีนเข้าไปตอนที่คนขับรถซึ่งเป็นผู้หญิงเอารถแวะเข้าเติมน้ำมันหรือแวะจอดซื้อของตามร้านข้างทาง และเมื่อขับรถออกมาแล้ว คนร้ายที่อยู่ในรถก็จะลงมือชิงทรัพย์หรือทำอะไรเธอต่อไปอีกก็ได้

6.
ลิฟต์
   
ในลิฟต์ที่อำนวยความสะดวกในการขึ้นลงอาคารสูง แม้เพียงชั่วพริบตาก็อย่าประมาท เพราะคนร้ายก็ทำอันตรายคุณได้ เหมือนกับที่ พรพรรณเคยเจอ เธออาศัยอยู่ชั้น 7 ของแมนชั่น เธอยืนรอลิฟต์อยู่ที่ชั้นล่าง เมื่อลิฟต์ประตูเปิดออก เห็นชายวัยรุ่นคนหนึ่งยืนอยู่ในลิฟต์ แต่ไม่ยอมเดินออกมา เธอจึงเดินเข้าไปเพื่อกลับขึ้นห้องพัก ขณะนั้นภายในลิฟต์มีเธอและคนร้ายแค่ 2 คนเท่านั้น ชายคนนั้นกดปุ่มไปที่ชั้น 6 และเมื่อลิฟต์ถึงชั้น 6 พอประตูลิฟต์เปิดออก คนร้ายก็ตรงเข้ามาล็อกคอเธอ พยายามฉุดลากให้ออกจากลิฟต์ แต่เธอต่อสู้ขัดขืนจนพ้นเงื้อมมือคนร้าย แล้ววิ่งหนีพร้อมทั้งตะโกนขอความช่วยเหลือ ทำให้คนร้ายวิ่งหนีไปได้

7.
แท็กซี่
   
แท็กซี่ดีๆ ก็มีมาก แต่ร้ายๆ ก็มีปะปน ถ้าคุณเห็นวี่แววไม่น่าไว้ใจ ก็ให้ระวังไว้ให้ดี วิธีของคนขับที่ไม่ประสงค์ดี คือการพยายามปล่อยสารหรือยาบางอย่างที่เขาทาไว้ที่มือให้แอร์เป่ามาด้านหลัง แล้วจะทำให้ผู้โดยสารเกิดอาการมึนงงและสลบได้

   
เดือนเต็ม รอดจากเหตุการณ์นี้ได้อย่างหวุดหวิด เมื่อเธอขึ้นรถแท็กซี่ คนขับชวนเธอคุยตลอดเวลา แต่ที่น่าแปลกใจคือ เขาจะคอยปรับช่องแอร์ที่จะไปห้องผู้โดยสารด้านหลังบ่อยมาก สักประมาณ 20 นาที เธอรู้สึกมึนหัว คล้ายหมดแรง อยากจะนอนหลับให้ได้ เธอคิดว่าคงโดนมอมยาแน่ จึงรีบบอกให้คนขับจอดรถทันที คนขับท้วงไว้ว่ายังไม่ถึงที่หมายเลย แต่เธอยืนยันที่จะลง แท็กซี่จึงยอมจอดให้ พอเธอลงจากรถ แท็กซี่ก็ยังไม่ยอมไป คอยดูเหตุการณ์อยู่ เธอเล่าเรื่องให้คนแถวนั้นฟัง โทรฯ แจ้งตำรวจ และให้ญาติมารับกลับบ้าน

ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็นดี ??

ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็นดี ??
บทความจากสภากาชาดไทย :                                                    
โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์เสก อักษรานุเคราะห์
ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย
สมมุติว่า  ตัวเราเป็นรถยนต์  เครื่องยนต์ของเราคือกล้ามเนื้อ  แขน  ขา  ที่จะทำให้เราเคลื่อน  
ไหวไปไหนมาไหนได้ รถยนต์ต้องการน้ำมันเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงาน  คนเราก็ต้องการอาหารเป็นพลัง
งานให้ร่างกาย เคลื่อนไหว ไปไหนมาไหนได้ โดยเฉพาะใช้ออกกำลังกาย                    
                                                                         
ตื่นนอนเช้ารถยนต์และร่างกายเรา ไม่มีน้ำมัน ไม่มีพลังงานจำเป็นต้องเติมน้ำมันก่อน  หรือกินอาหาร  
ก่อน  รถยนต์จะได้มีพลังงานวิ่งไปได้  คนเราจะได้มีพลังงานให้กล้ามเนื้อแขน ขา ทำให้เราไปไหน  
มาไหนได้                                                                    
                                                                         
รถยนต์ต่างกับร่างกายเรา  ตรงที่พอเติมน้ำมันเต็มถังแล้ว สามารถขับรถไปได้ทันที แต่คนเราหลังกิน  
อาหารอิ่มเต็มที่ยังไปออกกำลังกายไม่ได้  เพราะหลังกินอาหาร 2 .. จะมีเลือดมารอรับอาหารที่  
จะถูกย่อยที่กระเพาะและลำไส้เป็นจำนวนมากหลังจากอาหารถูกดูดซึมเข้ามาในเลือดแล้ว   เลือดจะ  
พาสารอาหารแจกจ่ายไปยังอวัยวะต่าง ของร่างกาย ถ้าออกกำลังกายหนัก ตอนนี้ เช่น วิ่งออก  
กำลังซึ่งต้องการเลือดมาเลี้ยงที่ขาที่ใช้วิ่ง 20 เท่าตัวของสภาวะปกติ  เมื่อเลือดมากองอยู่ที่        
กระเพาะเป็นจำนวนมาก บวกกับมาเลี้ยงที่ขาอีก 20 เท่าดังกล่าว  ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ  
ทำให้หน้ามืดเป็นลม  หรือถ้าทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ  เท่ากับกล้ามเนื้อหัวใจ  
ขาดเลือดเป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน  ถึงชีวิตได้ จึงห้ามเด็ดขาด  ห้ามออกกำลังหลัง
กินอาหาร 2 ..  เมื่ออาหารย่อยหมดแล้ว ดูดซึมเข้าเลือดหมดแล้ว (2 ..)  เลือดที่มารออยู่ที่
กระเพาะก็จะกระจายไปหมด  ถึงตอนนี้จะวิ่งก็ปลอดภัย
 
ทีนี้คนตื่นนอนตอนเช้าแล้วมาออกกำลัง เพราะตอนเช้าอากาศสดชื่น  มลพิษก็น้อย อากาศเย็น  ร่าง  
กายยังสดชื่นเพราะได้พักมาทั้งคืน  แต่คงไม่มีใครกินอาหารก่อนออกกำลังแน่  เท่ากับรถยนต์ไม่ได้เติม
น้ำมันรถยนต์จะวิ่งได้อย่างไร  แต่คนออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องกินอาหาร  เพราะตอนเย็นกินอาหาร
เสร็จเข้านอน  ไม่ได้ใช้พลังงานขณะที่นอนหลับ   ตับจะปรับเปลี่ยนสารอาหาร เช่น น้ำตาลเปลี่ยน  
เป็นไกลโคเจน  ไตรกรีเซอร์ไรด์  ไขมันเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน  โปรตีนเปลี่ยนเป็นฟอสฟาเจน เป็น  
ต้น  แล้วนำไปเก็บไว้ในอวัยวะต่าง  เมื่อตื่นนอนจึงไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่ในเลือด    เท่ากับ  
รถยนต์น้ำมันแห้งถัง  สภาพนี้คนออกกำลังได้โดยตับจะดึงสารอาหารที่ปรับเปลี่ยนไปเก็บไว้ในที่ต่าง  
ตอนนอนหลับ  ให้กลับเป็นสารพลังงานในเลือดใหม่  จึงสามารถออกกำลังกายได้  มาลองคิดดู  ตอน
นอนตับทำงานหนักมาก เพื่อเอาสารอาหารไปเก็บ  ตื่นตอนเช้าไปออกกำลังกายทันที  ตับต้องดึงสาร  
อาหารที่เอาไปเก็บไว้เมื่อคืน ออกมาใช้ใหม่  ทำอย่างนี้บ่อย  ทุกวัน  ตับจะต้องทำงานหนักแค่  
ไหน  จะทนสภาพนี้ได้นานเท่าไร  เพราะไม่ได้พักเลย  เหมือนคนกินเหล้าแล้วไม่กินอาหาร  ตับต้อง
ไปดึงสารอาหารจากที่ต่าง  มาให้แอลกอฮอลเผาผลาญ  มาก เข้านาน เข้า  ในตับมีแต่ไข  
มัน  กลายเป็นตับแข็ง                                                          
                                                                         
ทีนี้ถ้าจะทำให้ถูกต้องก็ต้องกินอาหารเสียก่อน  แต่ต้องรอถึง 2 ..  จึงจะไปออกกำลังได้ เช่น กิน
อาหาร ตี 5  เจ็ดโมงเช้าจึงจะออกกำลังกายได้  จะมีใครทำอย่างนี้บ้าง  ฉะนั้น ฝรั่งจึงมีแต่คำว่า  
morning walk  ไม่เคยได้ยิน morning jogging เลย  นั่นคือออกกำลังกายเบา ได้ เช่น    
เดิน  ก่อนเดินก็กินอาหารเบา เช่น แซนวิช  1 ชิ้น  กับโอวันติน 1 ถ้วย  ซึ่งจะใช้เวลาย่อย    
อาหารสัก 1/2  -  1 ..  ก็พอ  ก็จะไปเดินออกกำลังกายได้  กินเล็กน้อยออกกำลังกายเบา
ก็ใช้พลังงานน้อย  ที่กินมาแค่นี้ก็พอไหว                                              
                                                                         
ลองพิจารณาการออกกำลังตอนเย็นบ้าง  เรากินอาหารเช้า  อาหารกลางวัน  ตกเย็นรับรองว่าพลัง  
งานยังเหลือเฟือ  ขณะทำงานใช้ไปไม่หมด  สามารถออกกำลังกายได้เลย  เหมือนกับรถยนต์  น้ำมัน
ยังไม่แห้งถัง  แต่จะให้ดีอาจเติมอาหารเหมือนตอนเช้าอีกสักเล็กน้อย  ก่อนไปออกกำลัง จะทำให้ไม่รู้
สึกระโหย  ความจริงไม่ต้องไปกินอะไรเลยก็ได้   ข้อสำคัญ  เมื่อออกกำลังตอนเย็นเสร็จแล้ว  ให้  
ดื่มน้ำโดยค่อย ดื่มจนรู้สึกอิ่ม  กลับถึงบ้านท่านจะไม่รู้สึกหิวและไม่อยากกินอะไรอีก และหลังออก    
กำลังกายตอนเย็นนี้แล้ว  เมื่อถึงเวลาเข้านอน  จะเหลือสารอาหารน้อยที่สุด  ตับไม่ต้องทำงานมาก  
สารอาหารไม่มีไปเก็บตามที่ต่าง  จึงไม่ทำให้อ้วน  และไม่มีสารอาหารเหลือค้างในหลอดเลือดโดย
เฉพาะไขมัน  จึงเป็นวิธีที่จะลดไขมันในเลือดได้ดีที่สุดโดยไม่ต้องกินยา
ถ้าพิจารณาตรงนี้ ออกกำลังกายตอนเช้า หรือตอนเย็นจะเป็นการออกกำลังที่ทำให้สุขภาพทั่ว ไปดี  
(แอโรบิก) เท่า กันทั้งคู่  แต่การออกกำลังกายตอนเย็นโดยไม่ไปกินอาหารภายหลัง ยังจะช่วยให้  
สารอาหารที่เหลือจากการกินตอนเช้าและตอนเที่ยง น้อยลงจนไม่สามารถทำร้ายร่างกายได้ด้วย การ  
ออกกำลังกายตอนเย็นจึงได้ 2 ต่อ                                                  
                                                                         
จากงานวิจัยต่างประเทศ  เร็ว นี้  พบว่า การออกกำลังกายตอนเช้านั้น จะทำให้ภูมิต้านทานใน  
ร่างกายลดลง  และการออกกำลังกายตอนเย็น จะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายเพิ่มขึ้น  ดูในแง่นี้ถ้าไข้
หวัดระบาด  การออกกำลังกายตอนเย็นจะได้ 3 ต่อ  มีกรณีเดียวที่ออกกำลังกายตอนเช้าได้ประโยชน์
คือ พวกที่มีภูมิต้านทานมากไป  เช่นโรคภูมิแพ้ได้แก่ หอบหืด  แพ้อากาศ  แพ้ฝุ่น  หรือโรคพุ่มพวงดวง
จันทร์  ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยลดภูมิต้านทาน จึงเท่ากับช่วยให้คน นั้น กินยาลดภูมิต้านทานน้อย  
ลงได้                                                                      
                                                                         
สรุปมาถึงแค่นี้ ท่านคงทราบแล้วนะครับว่า ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็นดี                  
                                                                                                                                         
มีข้อเสนอ อีกข้อหนึ่งคือออกกำลังกายแบบแอโรบิกก่อนนอน เช่น เดินบนสายพาน  หรือขี่จักรยาน  30
นาที – 60 นาที  ไม่ต้องกลัวว่าจะนอนไม่หลับ เพราะการออกกำลังกายแบบแอโรบิก 30 นาที ขึ้นไป
นี้ ร่างกายจะหลั่งเอนดอร์ฟีนออกมาซึ่งมีฤทธิ์คล้าย มอร์ฟีน ที่ใช้ฉีดให้คนไข้หลังผ่าตัด  จะทำ  
ให้ง่วงนอนคลายความเจ็บปวด  คลายเครียด  ฉะนั้น  ออกกำลังกายเสร็จ  อาบน้ำแล้ว เข้านอน  
เลย  ท่านจะนอนหลับสนิทชนิดไม่ฝัน  การนอนหลับสนิทนี้ท่านต้องการ การนอนเพียง 5 ..  ก็    
เพียงพอ  จะทราบได้คือตอนทำงานกลางวัน จะไม่เพลีย  ไม่ง่วง  แสดงว่านอนหลับสนิท 5 ..  
เพียงพอแล้ว  นอกจากนี้มีงานวิจัยใหม่ ออกมาพบว่า คนนอน 5 .. มีอุบัติการ โรคเส้นเลือดหัว
ใจอุดตันน้อยกว่าพวกนอน 7-8 ..                                      
                                                                         
    ฉะนั้น  การออกกำลังกายตอนเย็นหรือก่อนนอน  ดีกว่าออกกำลังกายตอนเช้า  

yengo ad

BumQ